4G กับระบบการสื่อสารที่สร้างความอำนวยสะดวกกันมากขึ้น

โลกยุคโลกาภิวัฒน์ในปัจจุบัน ได้ถือกำเนิดเทคโนโลยีใหม่ๆมากมายหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสาร ซึ่งมีการคิดค้นและพัฒนากันอย่างรวดเร็ว อันนำมาซึ่งระบบเครือข่ายไร้สาย 4G ที่ เกิดขึ้นในอนาคตทำให้มนุษย์เราในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีจึงต้องก้าวตามเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ให้ทันกับยุคสมัย

ระบบเครือข่ายการสื่อสารในปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระบบ 2.5-3G ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งภาพและเสียง ตลอดรวมถึงข้อความต่างๆอาทิข้อความภาพและตัวอักษรได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฉะนั้นประโยชน์จากการติดต่อสื่อสารไร้สายระบบ 2.5-3G นั้นก็คือ ผู้ใช้นอกจากจะติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงหรือการสนทนาแล้ว ยังสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันด้วยภาพหรือข้อความต่างๆได้อีกด้วย จนกระทั่งได้มีผู้คิดค้นระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ขึ้นมา เพื่อรองรับการสื่อสารไร้สายในอนาคต ระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สายแห่งอนาคตดังกล่าว ก็มีคุณสมบัติต่างๆคล้ายคลึงกับระบบเครือข่ายการสื่อสาร ไร้สาย 2.5-3G ในยุคปัจจุบัน แต่ก็มีคุณสมบัติพิเศษซึ่งแตกต่างกันนั้นก็คือ ระบบการสร้างภาพ 3 มิติ แต่ระบบการสร้างภาพ 3 มิตินั้นไม่ใช่ระบบ 3 มิติที่ใช้กันในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการจำลอง ภาพคนหรือวัตถุที่สมจริงราวกับเป็นคนหรือวัตถุนั้นจริงๆเพียงแต่จับต้องไม่ได้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G มาใช้ นอกจากระบบการ สื่อสารดังกล่าวจะรองรับการสื่อสารในรูปแบบต่างๆแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถที่จะนำโปรแกรมสื่อมัลติมีเดียมาปรับใช้กับเครือข่าย 4G ได้ เนื่องจากระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G นั้น มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 100 เมกะบิทต่อวินาที โดยการนำโปรแกรมสื่อมัลติมีเดียดังกล่าวมาใช้อาทิเช่น การฟังเพลง MP3 ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นด้วยว่า มีหลายสิ่งที่อาจเป็นไปได้ในระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G โดย Ran Yan รองประธานฝ่ายวิจัยระบบไร้สายบริษัท Lucent Technologies กล่าวว่า มีหลายสิ่งที่อาจเป็นไปได้ในระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ซึ่งสิ่งใหม่ๆที่ เกิดขึ้นอาจรวมถึงการช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบ GPS (Global Positioning System) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าในปัจจุบันและหากมีการผสมผสานเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ก็จะสามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งต่างๆได้ทั่วโลกราวกับว่าบุคคลนั้นได้ไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้นจริงๆ เช่น หากคุณไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาเคาะประตูบ้านคุณๆก็อาจจะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีนี้ฉายภาพคุณเพื่อทักทายกับคนที่มาเคาะประตูนั้นก็ได้

ถึงกระนั้นคุณสมบัติต่างๆของระบบ 4G ก็ดูเหมือนยังห่างไกลจากความเป็นจริงในตลาดเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันมากจนดูราวกับว่าเป็นแค่เพียงนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังเชื่อกันว่าจะต้องมีสักวันหนึ่งที่ระบบ 4G นั้นสามารถช่วยให้มีการใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติที่สมบูรณ์แบบและช่วยให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นโดยอาจจะไปโผล่ที่นั่นที่นี่ได้ตามต้องการ

เทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับรถยนต์ยุคใหม่

เทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับรถยนต์ยุคใหม่   สำหรับอนาคตในปี 2020 ไอบีเอ็ม บริษัทคอมพิวเตอร์และไอทีระดับโลก เผยรายงานคาดการณ์การใช้เทคโนโลยียุคใหม่พัฒนาสังคมโลกในแง่มุมต่างๆ ในอนาคตอีก 5 ปีนับจากนี้ ทั้งด้านพลังงาน การคมนาคม โครงสร้างสาธารณูปโภค งานวิศวกรรม รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน และรับมือภัยธรรมชาติ มีการคาดการณ์ว่าจะมีรถยนต์บนท้องถนนทั่วโลกมากกว่า 2,000 ล้านคัน ในขณะเดียวกัน รถยนต์รุ่นประหยัดพลังงานและรถยนต์ที่ใช้พลังงานลูกผสม หรือ “ไฮบริด” ก็จะมีใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่รองรับระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ก็จะมีการพัฒนาอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกัน ส่วนประเทศไทยของเราทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังระดมความคิดในการพัฒนาเพื่ออนาคตของประเทศ
รถยนต์อนาคตจะใช้พลังงานจาก
1. แบตเตอรี่แรงสูง เทคโนโลยี “ลิเธียมแอร์” เพื่อให้แบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทาง สามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไออ้อน ซึ่งใช้ในรถไฟฟ้าและรถไฮบริดในปัจจุบัน แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะมีน้ำหนักเบากว่า ปลอดภัยกว่า และราคาถูกกว่า ดังนั้น จึงอาจเห็น “รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 4 ที่นั่ง” สามารถวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และแทนที่จะต้องเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน รถยนต์เหล่านี้ จะสามารถชาร์จไฟที่บ้านโดยใช้เต้าเสียบปลั๊กไฟรุ่นใหม่
2. พลังงานทางเลือก รถยนต์ทุกคันภายในเมือง ตั้งแต่รถประจำทางไปจนถึงรถเก็บขยะ สามารถใช้ “เชื้อเพลิง” จากพลังงานส่วนเกินที่ได้มาจากแผงโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานลม ปัจจุบันในเกาะบอร์นโฮล์ม ประเทศเดนมาร์ก มีการใช้งานพลังงานลม ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใช้พลังงานลมเป็นส่วนใหญ่ โดยทีมงานได้สร้างระบบทดสอบ เพื่อศึกษาว่าระบบพลังงานดังกล่าวจะทำงานอย่างไรเมื่อรถไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
3. โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ตามเมืองใหญ่จะช่วยให้รถยนต์สามารถชาร์จไฟในที่สาธารณะ และแม้กระทั่งใช้ “พลังงานทางเลือก” ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลังงานลม เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหินอีกต่อไป จะช่วยให้แต่ละเมืองสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการลดมลภาวะทางเสียง และทางอากาศอีกด้วย

5 เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่กำลังจะมาแน่ในอีก 5 ปีข้างหน้าทั่วโลกแน่นอน


ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับความคิดที่อยู่ในจินตนาการจะสามารถผลิตออกมาใช้งานได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยนักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกจนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถพลิกรูปแบบวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมได้และในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็น 5 เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ทั่วโลกแน่นอน
1. MacBook 2020
เผยแรงบันดาลใจกับสุดยอดเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งอนาคตเป็นที่ทราบกันดีกว่า MacBook นั้นเป็น Laptop ในฝันของหลายๆ คนและแม้แต่แบรนด์ดังยี่ห้อต่างๆนั้นต่างเดินตามรอยทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ MacBook ถูกยกระดับให้เป็นสินค้าระดับบน ราคาแพง มีการออกแบบที่ละเอียดปราณีตลงตัวผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูงอีกทั้งยังทำงานบนระบบปฏิบัติการยอดนิยมทางฟากของ Mac อย่าง OS X อีกด้วย MacBook จากค่าย Apple ในวันนี้จะมีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วแต่การพัฒนาย่อมต้องดำเนินต่อไปและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์ชาวอิตาเลียนคุณ Tommaso Gecchelin ได้ออกแบบแมคบุ๊คในปี 2020 ออกมาให้เราได้ดูกันโดยเผยถึงความล้ำสมัยและความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดย MacBook 2020 จะมีรูปแบบดีไซนใหม่หมดจดทำงานได้แบบ 3D Hologram ถ้าพูดอย่างเดียวคงไม่เห็นภาพงั้นไปดูภาพกราฟฟิกที่ถูกออกแบบไว้กันเลยดีว่าจะสวยถูกใจขนาดไหนสำหรับท่านที่ชื่นชอบหรือเป็นสาวก MacBook ไม่ควรพลาด
2. คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคตคอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต Sony Nextep
คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคตคอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต Sony Nextep คอมพิวเตอร์แห่งปี 2020 คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต Sony Nextep คอมพิวเตอร์แห่งปี 2020 คอมพิวเตอร์ข้อมือแห่งอนาคต ปี2020 สำหรับคอไอทีทั้งหลายเมื่อ Sony ได้คิดค้นคอมพิวเตอร์แห่งอนาคต Sony Nextep Computer มีลักษณะเป็นคอมพิวเตอร์ข้อมือมีคอมพิวเตอร์เป็นโครงสร้างที่ยืดหยุ่นด้วยหน้าจอ OLED Touchscreen มีเทคโนโลยี Holographic Projector,Pull-Out Extra Keyboard และที่สำคัญมันจะอยู่บนข้อมือของคุณด้วยโดยไม่ต้องแบกโน๊ตบุ๊คให้เมื่อยกันอีกแล้ว
3. อาคารมีชีวิตแห่งอนาคต
ระบบต่าง ๆ ภายในอาคารจะทำงานเชื่อมโยงประสานกันแบบ”รวมศูนย์”เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการสำนักงาน อพาร์ตเมนต์ บ้าน คลังสินค้าและโรงงานทุกประเภทจะทำงานได้ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถรับรู้และตอบสนองมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วทั้งนี้เพื่อปกป้องผู้คนที่พักอาศัยหรือทำงานภายในอาคารให้มีความปลอดภัยอีกทั้งยังช่วยประหยัดทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศอีกด้วยอาคารเก่าจะได้รับการบูรณะปรับปรุงส่วนอาคารสมัยใหม่จะได้รับการพัฒนาด้วยระบบประหยัดพลังงานที่เชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆทำงานเชื่อมโยงร่วมกันได้อย่างชาญฉลาดทุกสิ่งภายในอาคารตั้งแต่เรื่องอุณหภูมิไฟฟ้าการระบายอากาศไปจนถึงการจัดการระบบน้ำการจัดการขยะ ระบบโทรคมนาคมและระบบรักษาความปลอดภัยจะมีการผนวกรวมเข้าด้วยกันเพื่อการบริหารจัดการและควบคุมที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น”ระบบอัจฉริยะ”ภายในอาคารจะช่วยเตือนให้การซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถทำได้ก่อนที่จะเกิดการชำรุดเสียหายและยังช่วยให้หน่วยฉุกเฉินสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างฉับไวอีกทั้งเจ้าของและผู้ใช้งานภายในอาคารยังสามารถตรวจสอบระดับการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนของอาคารได้ในแบบเรียลไทม์”เซ็นเซอร์”หลายพันตัวภายในอาคารจะควบคุมตรวจสอบทุกสิ่งภายในอาคารตั้งแต่ความเคลื่อนไหวและอุณหภูมิไปจนถึงความชื้นการเข้าใช้พื้นที่และแสงสว่างอาคารต่างๆไม่ได้เพียงอยู่ร่วมและทำงานเกี่ยวโยงกับธรรมชาติแต่จะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเหมาะสมอีกด้วย
4.อินเทอร์เน็ตเพื่อสุขภาพ
ในแต่ละปีมีประชากรราว 60 ล้านคนย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ และในปี 52 มีการประเมินพบว่าประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากกว่าชนบทส่งผลให้เมืองใหญ่กลายเป็นแหล่งเพาะและแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่ายฉะนั้นจะต้องมีระบบป้องกันและการสื่อสารด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับชาวเมืองไอบีเอ็มคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์จะมีบทบาทในด้านสาธารณสุขมากยิ่งขึ้นในการหาแนวโน้มรูปแบบการระบาดของโรคว่าจะเกิดการระบาดขึ้นบริเวณไหนเวลาใดบ้างซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและเตรียมการรับมือเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด และการรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีรวมทั้งมี”อินเทอร์เน็ตเพื่อสุขภาพ”ที่จะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์ระหว่างชุมชน โรงพยาบาลหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเวชภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึงเกิดเป็นระบบสาธารณสุขที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพสามารถคาดการณ์รูปแบบการระบาดของโรคศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยและแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำในอนาคต
5.ตู้เย็นแห่งอนาคต
หลายคนเป็นโรคขี้ลืมเวลาซื้ออาหารมาแช่ตู้เย็นไว้หลายๆอย่างแล้วลืมเอาออกมากินเอาออกมาปรุง จนหลายอย่างมารู้ตัวอีกทีหมดอายุหรือเน่าคาตู้ไปแล้วจะไม่เกิดขึ้นในโลกอนาคตที่มีการพัฒนา’ตู้เย็นอัจฉริยะ’ ที่คอยแนะนำว่าควรจะทำเมนูไหนทำอะไรกินจากอาหารที่เหลือตกค้างอยู่ในตู้หรือถ้าอาหารเน่าเสียมากก็ทำความสะอาดตัวเองและทำลายอาหารทิ้งตู้เย็นโลกอนาคตเป็นผลงานออกแบบของนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเซนทรัล แลงคาสเชอร์ในอังกฤษร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ โอคาโดพื้นผิวของหิ้งวางของในตู้เย็นจะใช้เทคโนโลยีนาโนมีเครื่องตรวจจับแก๊สที่ปล่อยออกมาจากอาหารที่เริ่มเสียพร้อมทั้งระบบสแกนด้วยรังสีอัลตราซาวด์ที่ประตูเพื่อตรวจสอบว่าอาหารที่เหลือเป็นชนิดไหนและปริมาณเท่าไรที่ต้องทำลายเครื่องจะคอยสแกนว่าเหลืออาหารอะไรอยู่บ้างแล้วใช้ข้อมูลส่วนนี้วางแผนว่าทำอาหารอะไรได้บ้างหรือถ้าขาดเหลืออะไรก็แนะนำว่าต้องสั่งซื้ออะไรเพิ่มซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปในเว็บไซต์สั่งซื้อของจากโอคาโดได้ทันทีจากนั้นถาดของตู้จะเลื่อนอาหารที่ใกล้หมดอายุมาไว้ใกล้มือที่ด้านหน้าเพื่อให้หยิบไปปรุงได้สะดวก ตู้เย็นนี้จะช่วยคิดว่าควรจะทำอะไรกินจากอาหารที่มีอยู่ในตู้ทำให้ใช้วัตถุดิบที่มีได้อย่างคุ้มค่าเหลืออาหารทิ้งน้อยลงทำให้ผู้ใช้งานไม่สิ้นเปลืองเงิน

เทคนิค ประหยัดแบตมือถือทันใจ ได้ผลเร็ว

 

เรื่องแบตหมด แบตไม่พอใช้ ยังเป็นปัญหากวนใจผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาโดยตลอด เพราะความบางของตัวเครื่องทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มแบตเตอรี่ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทางเลือกของผู้ใช้งานอย่างเราจึงเหลือเพียงพก พาวเวอร์แบงค์ติดตัว หรือ ไม่ก็หาทางประหยัดการใช้งานเอาเอง และ ป๋ารัก TechMthai ขอนำเสนอวิธี ประหยัดแบต อย่างรวดเร็วทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้

1.ปรับความสว่างของหน้าจอให้มืดที่สุด เท่าที่เราสามารถเล่นได้อย่างสบายตา

ยิ่งปรับหน้าจอสว่างมากเท่าไหร่ สมาร์ทโฟนก็จะยิ่งกินแบตเตอรี่มากขึ้นเท่านั้น เราอาจไม่จำเป็นต้องปรับหน้าจอให้สว่างเต็มที่ตลอดเวลา การปรับความสว่างลงมาเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้ประสบการณ์ใช้งานเลวร้ายลงเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในร่ม ในออฟฟิศ ความสว่างระดับ 60-80% ก็ถือว่าใช้ได้ดีแล้ว

2.ปิดระบบสั่น

การตั้งสั่นนั้นกินพลังงานมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะสั่นจากแอพ จากสายเข้า หากปกติแล้วเราไม่ได้ใช้การสั่นเพื่อเตือนจริงๆ (เน้นการฟังเสียงเป้นหลัก) การปิดระบบสั่นจะช่วยประหยัดพลังงานได้พอสมควร แถมยังไม่รบกวนเพื่อนร่วมงานที่นั่งใกล้กันด้วย บางครั้งสั่นทีสะดุ้งกันทั้งโต๊ะ

3.ตั้งพักหน้าจอไว้ที่ 15-30 วินาที

การตั้งพักหน้าจอ(ที่มือถือจะปิดหน้าจอนั่นแหละ) ยิ่งตั้งไว้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งประหยัดแบตมากเท่านั้น สมมติว่าเราเปิดมือถือดูทุกครึ่งชม. 8 ชม.เราเปิดมือถือ 16 ครั้ง หากเราตั้งผิดหน้าจอไว้ที่ 2 นาที สมาร์ทโฟนของเราจะเปิดหน้าจอรอดับนานถึง 32 นาที! แต่ถ้าเราตั้งไว้ที่ 15 วินาที หน้าจอเราจะเปิดทิ้งไว้แค่ 4 นาทีเท่านั้น เรียกว่ามีเวลาให้เล่นมือถือนานขึ้นเกือบ ครึ่งชม.แน่ะ!

4.ปิด GPS,Bluetooth,3G,Wifi เสมอเวลาไม่ได้ใช้

การตัดสัญญาณไร้สายเหล่านี้ช่วย ประหยัดแบตได้มาก โดยเฉพาะการปิด GPS นี่เห็นผลชัดเจนสุด ไม่เชื่อลองเปิด GPS ทิ้งไว้ซักชม.สิ แบตนี่ไหลเป็นน้ำแน่นอน ดังนั้น หากไม่ได้ใช้และอยากประหยัดแบตปิดเสียให้หมดครับ ไหนๆไม่ได้ใช้ปิดไปก็ไม่เสียหายอะไร

5.ปิดแอพเบื้องหลังที่ไม่ได้ใช้ให้เป็นนิสัย

การกลับมาที่หน้าแรกด้วยปุ่มโฮม ไม่ได้เป็นการปิดแอพที่เราใช้งานลงไป และแอพหลายตัวแม้จะอยู่เบื้องหลังแต่มันก็กินพลังงานของเครื่องอย่างต่อเนื่อง(โดยเฉพาะเกมทั้งหลายเหล่) เวลาเลิกใช้งานควรเคลียร์ทิิ้ง ปิดโปรแกรมลงไปให้หมด อย่ากดโฮมแล้วปล่อยแอพทิ้งไว้เบื้องหลังครับ มันกินแบตเตอรี่เรื่อยๆ

ส่งท้าย ถ้าสมาร์ทโฟนของเรามีโหมดประหยัดพลังงานก็ช่วยได้มาก แต่แนะนำว่าควรเปิดเฉพาะเวลาเราต้องการลดการใช้พลังงานจริงๆเท่านั้น เพราะในโหมดนี้มันจำกัดการใช้งานและความสว่างของหน้าจอแบบอัตโนมัติค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว อาจไม่ถูกใจกันได้ง่ายๆ

iPhone เป็นมือถือสมาร์ทโฟนที่ใครหลายคนต้องการ

ปัจจุบันสื่อต่างๆทำให้พลังของสัญลักษณ์ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น

เช่นเดียวกับการเปิดตัวของ iPhone และกระบวนการทางการตลาดอื่นๆที่ส่งผลให้สินค้าทุกชิ้นของ Apple สามารถสื่อความหมายเดียวกันคือความเป็น Apple ได้เป็นอย่างดี และความเป็น Apple ที่ว่าก็หมายถึง ภาพลักษณ์ของความทันสมัยและความมีระดับของผู้ใช้ไปพร้อมๆกัน ด้วยเหตุนี้การหา iPhone มาใช้ทั้งที่มีราคาแพงกว่า smartphone อื่นซึ่งทำหน้าที่ใช้สอยได้เหมือนกัน ก็เพราะ smartphone อื่นไม่สามารถสื่อสัญลักษณ์บางอย่างได้เหมือนกับ iPhone และนั่นหมายความว่า อาจจะไม่ใช่ความจำเป็นของมูลค่าใช้สอยที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อ แต่เป็นเพราะเราต้องการจะสื่อสัญลักษณ์บางอย่างออกไปต่างหาก

ไอโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพลิกโฉมวงการมือถือและได้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยม โดยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของไอโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือแบบไร้ปุ่มกดหมายเลขโทรศัพท์ แต่จะมีเพียงปุ่มเดียวที่โดดเด่นรู้จักกันในชื่อปุ่มโฮม ส่วนการใช้งานจะสั่งการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัชบนระบบปฏิบัติการที่แอปเปิลพัฒนาขึ้นมาเองเรียกว่า iOS เป็นตัวขับเคลื่อนให้กับไอโฟน ปัจจุบันไอโฟนได้กลายเป็นโทรศัพท์มือถือในฝันของใครหลายๆคนบนโลก สำหรับไอโฟนรุ่นแรกถูกเผยโฉมโดย สตีฟ จ็อบส์ ในงานแม็คเวิลด์วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 และวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปัจจุบันไอโฟนถูกผลิตออกมาและวางจำหน่ายไปแล้วถึง 10 รุ่น ได้แก่ iPhone (2G), iPhone 3G, iPhone 3GS, iPhone 4, iPhone 4s และ iPhone 5, iPhone 5s, iPhone 5c, iPhone 6 และ iPhone 6 Plus

ปัจจุบันมีการพัฒนา iPhone Application ใหม่ๆมาให้ผู้ใช้ได้นำมาใช้กันอย่างต่อเนื่อง และในวงการ Application ก็ยังได้มีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวี่แววว่าจะหยุดการพัฒนาเลย จึงทำให้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่ามีอิทธิพลกับชีวิตคนในยุคนี้ไปแล้วก็ว่าได้ เพราะ iPhone Application ที่ได้สร้างขึ้นมานั้นล้วนเป็น เครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ความบันเทิง การให้ความรู้ เช่น ข่าวสารที่มีการอัพเดทกันอย่างรวดเร็ว และยังมี Apps อีกมากมายที่คุณสามารถให้โหลดได้ตามต้องการ จนทุกวันนี้มือถือสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่หลายคนให้ความสำคัญในการใช้ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้

จุดเด่นหนึ่งของ iPhone คือหน้าจอกว้างสีสดใส สั่งงานด้วยระบบทัชสกรีน

ทำให้ผู้ใช้สามารถโหมดหน้าจอให้เป็นโทรศัพท์ วิดีโอ หน้าจออินเทอร์เน็ตได้เพียงปลายนิ้ว ซึ่งจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จุดเด่นนี้ก็ทำให้มือถือหลายแบรนด์มีแต่หน้าจอเพื่อรองรับระบบ Touch ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนในแง่ของการพัฒนา iPhone เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตมือถือรายเล็กๆได้ดีทีเดียว กรณีที่สามารถออกสินค้ามาแล้วสามารถเอาชนะโนเกียได้ในแง่ของการสร้างปรากฏการณ์ และยอดขายเฉพาะรุ่น ทำให้มีกำลังใจที่จะพัฒนาสินค้าตัวเองต่อไป ทั้งยังทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และตลาดก็จะแอคทีฟขึ้นตามไปด้วย