ตอบโจทย์ความต้องการสู่ผู้ใช้งาน WeChat

wechat_bannerWeChat ได้สร้างปรากฏการณ์อันน่าจดจำในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ด้วยแพลทฟอร์มที่มีประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างเพลิดเพลินของ WeChat จะยังคงสร้างความสนใจและช่วยเพิ่มกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง โดยเทรนด์ของการสนทนากำลังจะเปลี่ยนจากการสนทนาในโซเชียลเน็ทเวิร์คแบบเดิมไปสู่เเชทแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จำนวนผู้ใช้งานการสนทนาผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 40% ตั้งแต่ปี 2556 และเหตุผลหลักที่ทำให้การสนทนาบนโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น คือใช้งานได้ฟรี (45%) และใช้งานได้เร็วกว่าบนโซเชียลเน็ทเวิร์คหรือการสนทนาผ่านข้อความสั้น (SMS) แบบเดิมๆ (41%)

มียอดผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับโซเชียลแชทแอปพลิเคชันรายอื่น โดยกลุ่มผู้ใช้งานอายุ 16-24 ปี เป็นกลุ่มผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นลำดับที่สามของจำนวนผู้ใช้งานประจำทั้งหมด และผู้ใช้งานประมาณ 80% กล่าวว่าการที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาถือเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป ซึ่งกลุ่มธุรกิจเกมของ WeChat ยังเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ขยายตัวเป็นอย่างมาก โดย 79% ของผู้ใช้งานทั่วโลกเล่นเกมส์บนมือถือ ยิ่งไปกว่านั้น WeChat ยังคงเสริมประสบการณ์ด้านความเพลิดเพลิน การใช้งานแบบอินเทอร์แอคทีฟและการใช้งานโซเชียลผ่านฟีเจอร์มากมาย รวมถึงสติ๊กเกอร์ที่สามารถออกแบบสำหรับแต่ละประเทศได้ด้วย ฟีเจอร์แบบออล-อิน-วันของ WeChat สร้างความสนใจแก่กลุ่มวัยรุ่นที่คลั่งไคล้เทคโนโลยีและดิจิตอล สถิติที่น่าสนใจนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ WeChat

ฟีเจอร์หลักของ WeChat

– การสนทนาด้วยเสียงและวิดีโอ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความเสียงถึงกันเพียงแค่กดปุ่มและคุณภาพของการสนทนาผ่านวิดีโอ
– Moments แบ่งปันรูปภาพข้อความและลิ้งค์URL กับเพื่อนและผู้ติดต่อที่คุณไว้วางใจ
– การสนทนาแบบกลุ่ม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนาพร้อมกันได้สูงสุด 40 คนในเวลาเดียวกัน
– ฟีเจอร์การแสดงตำแหน่ง ที่จะช่วยให้คุณค้นหาเพื่อนของคุณรอบๆตัวได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยShake จะทำให้ผู้ใช้งานค้นหาเพื่อนของคุณได้ทั่วโลกเพียงเขย่าสมาร์ทโฟน และ Look Around
– Official Accounts ฟีเจอร์ที่บริษัท เจ้าของกิจการเจ้าของธุรกิจหรือผู้มีชื่อเสียง ใช้เป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มผู้ติดตาม
– Web WeChat สามารถแช็ตผ่านหน้าเว็บบนคอมพิวเตอร์ได้
– การตั้งค่าการรักษาความปลอดภัย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่ครบสมบูรณ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจำกัดบุคคลที่ต้องการแบ่งปันข้อมูลด้วยได้

เครื่องมือติดตาม เทรนด์ ( Trend ) และสิ่งที่คนสนใจบนโลกออนไลน์

สำหรับโลกไอทีนั้นไม่เคยหยุดนิ่งกันอยู่แล้ว เพราะในทุกวันจะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีการเปิดตัวสินค้าทางด้านไอทีไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ลำโพง หูฟัง หรืออุปกรณ์อื่นๆ เกี่ยวกับไอที ก็ต้องมีข่าวออกมาให้เรารับรู้กันก่อน รวมไปถึงข่าวการใช้งานโปรแกรมหรืออัพเดตเฟิร์มแวร์ในเวอร์ชั่นถัดไปของแต่ละค่ายระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนก็เช่นกัน ถือว่าเป็น ข่าวไอที (IT News) ทั้งหมด

การติดตามดูว่าคนส่วนใหญ่พูดถึงอะไร สนใจอะไรกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ( Trend ) เป็นประโยชน์ในแง่ของการทำการตลาด และการทำธุรกิจ โดยตอนนี้มีเครื่องมือออนไลน์ ที่สามารถติดตามกันว่า มีคนพูดถึงแบรนด์คุณ บนโลกออนไลน์ มากแค่ไหน วิเคราะห์ได่ว่าเป็นแง่บวกและแง่ลบด้วย ทั้งนี้เว็บไซต์ที่เป็นเครื่องมือติดตามเทรนด์ ( Trend ) ออนไลน์ มีทั้งฟรีและไม่ฟรีให้คุณเลือกใช้ เช่น

S-Sense ( Social Sensing ) จาก Nectec

ที่สามารถดูภาพรวมว่าคนส่วนใหญ่บน Social Network สนใจอะไร เป็นระบบวิเคราะห์ความคิดเห็นของคนบน Social Media ว่ารู้สึกอย่างไรต่อคำๆนี้ ซึ่งจะวิเคราะห์จาก webboard , facebook , twitter ที่เผยแพร่แบบสาธารณะ แล้วนำมาประมวลผลวิเคราะห์ และแสดงผลด้วยรูปภาพ โดยมีบริการที่คุณสามารถใช้งานได้คือ

เป็นเว็บสรุป Trend ภาพรวมว่าคนพูดถึงอะไร ซึ่งจะแสดงรวม 20 คีย์เวิร์ดยอดฮิต และ Hashtag ยอดนิยม เว็บนี้มีกราฟช่วงเวลาที่แสดงความรู้สึกที่คนพูดถึงต่อข้อความดังกล่าวในช่วงเวลานั้นด้วย โดยเส้นสีเขียวคือเชิงบวก สีแดงคือเชิงลบ

POP ( http://pop.ssense.in.th )

เป็นเว็บแอพ ที่สามารถดูทัศนคติของคนไทย บน twitter ด้านซ้ายแสดงความเห็นเชิงบวก ด้านขวาแสดงความเห็นเชิงลบ คุณลอง search คำที่ต้องการอยากรู้ความเห็นได้เช่น พลูโต , แตงโม , โตโน่ , แผ่นดินไหว ที่คนนิยมหาในช่วงเดือนนี้ และสามารถดูย้อนหลังได้ 30 วัน สามารถใช้บริการ POP ฟรีได้ที่ http://pop.ssense.in.th

นอกจากนี้ google เว็บไซต์ search engine ที่ทั่วโลกใช้กันก็มีเครื่องมือติดตามเทรนด์ ( Trend ) ให้ใช้ด้วยคือ Google Trend ( www.google.com/trends )

เป็นเครื่องมือยอดฮิตในการตามหา Trend ของคนทั่วโลก สามารถดูความนิยมในแต่ละประเทศได้ด้วย สามารถติดตามดูสิ่งที่กำลังมาแรง และถูกค้นหากันมากแบบ Real time และสามารถนำคำมาเปรียบเทียบกัน แสดงเป็นกราฟออกมาได้ สามารถคลิกชมเทรนด์แต่ละประเภทได้ทาง www.google.com/trends

แต่ถ้าอยากรู้ว่าคนไทยกำลังหาอะไรอยู่ในตอนนี้ สามารถคลิกที่เว็บ google.com/trends/hottrends/visualize แล้วเลือกประเทศไทย ก็จะเห็นว่า ณ เวลานี้ คำไหนกำลังถูกค้นหาอยู่

ทั้งหมดนี้คือเครื่องมือที่คุณสามารถติดตามได้ว่าคนส่วนใหญ่พูดถึงอะไร สนใจอะไร บนโลกออนไลน์ในช่วงนี้

เทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารกับแนวโน้มของโลกในอนาคต

ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทอย่างกว้างขวางในทุกวงการ และเทคโนโลยี สารสนเทศกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการทำงานทุกด้าน นับตั้งแต่ทางด้านการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สาธารณสุข การวิจัยและพัฒนาตลอดจนด้านการเมืองและราชการ อันที่จริงแล้วจะเห็นว่าไม่มีงานด้านใดที่ไม่มีผู้คิดประยุกต์หรือนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปช่วยให้การทำงานนั้น ๆ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่ผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศในรูปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อความหรือตัวอักษร และตัวเลข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยำ และความรวดเร็วให้ทันต่อการนำไปใช้ประโยชน์ เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของผู้คนและแนวโน้มโลกในอนาคต เช่น ทำให้สังคมเปลี่ยนจากสังคมอุตสาหกรรม มาเป็นสังคมสารสนเทศ ทำให้ระบบเศรษฐกิจเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของโลกผูกพันกับทุกประเทศ

ความเชื่อมโยงของเครือข่ายสารสนเทศทำให้เกิดสังคมโลกาภิวัฒน์ ทำให้องค์กรมีลักษณะผูกพัน มีการบังคับบัญชาแบบแนวราบมากขึ้น หน่วยธุรกิจมีขนาดเล็กลง และเชื่อมโยงกันกับหน่วยธุรกิจอื่นเป็นเครือข่าย การดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันกันในด้านความเร็ว โดยอาศัยการใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวสนับสนุน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นเทคโนโลยีแบบสุนทรียสัมผัส และสามารถตอบสนองตามความต้องการการใช้เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ที่เลือกได้เอง ทำให้เกิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา ก่อให้เกิดการวางแผนการดำเนินการระยะยาวขึ้น อีกทั้งยังทำให้วิถีการตัดสินใจ หรือเลือกทางเลือกได้ละเอียดขึ้น

ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ จนทำให้คนเรามีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตของเราเป็นอย่างมาก เทคโนโลยีในปัจจุบันได้เข้ามาเป็นปัจจัยพื้นฐานข้อนึงในการดำรงชีวิตของเราเป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกัน มีการผลิตสินค้าและให้การบริการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น

เพราะฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สำคัญในทุกวงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาต่าง ๆ

4G กับระบบการสื่อสารที่สร้างความอำนวยสะดวกกันมากขึ้น

โลกยุคโลกาภิวัฒน์ในปัจจุบัน ได้ถือกำเนิดเทคโนโลยีใหม่ๆมากมายหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสาร ซึ่งมีการคิดค้นและพัฒนากันอย่างรวดเร็ว อันนำมาซึ่งระบบเครือข่ายไร้สาย 4G ที่ เกิดขึ้นในอนาคตทำให้มนุษย์เราในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีจึงต้องก้าวตามเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ให้ทันกับยุคสมัย

ระบบเครือข่ายการสื่อสารในปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระบบ 2.5-3G ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารได้ทั้งภาพและเสียง ตลอดรวมถึงข้อความต่างๆอาทิข้อความภาพและตัวอักษรได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฉะนั้นประโยชน์จากการติดต่อสื่อสารไร้สายระบบ 2.5-3G นั้นก็คือ ผู้ใช้นอกจากจะติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงหรือการสนทนาแล้ว ยังสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันด้วยภาพหรือข้อความต่างๆได้อีกด้วย จนกระทั่งได้มีผู้คิดค้นระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ขึ้นมา เพื่อรองรับการสื่อสารไร้สายในอนาคต ระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สายแห่งอนาคตดังกล่าว ก็มีคุณสมบัติต่างๆคล้ายคลึงกับระบบเครือข่ายการสื่อสาร ไร้สาย 2.5-3G ในยุคปัจจุบัน แต่ก็มีคุณสมบัติพิเศษซึ่งแตกต่างกันนั้นก็คือ ระบบการสร้างภาพ 3 มิติ แต่ระบบการสร้างภาพ 3 มิตินั้นไม่ใช่ระบบ 3 มิติที่ใช้กันในปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการจำลอง ภาพคนหรือวัตถุที่สมจริงราวกับเป็นคนหรือวัตถุนั้นจริงๆเพียงแต่จับต้องไม่ได้เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G มาใช้ นอกจากระบบการ สื่อสารดังกล่าวจะรองรับการสื่อสารในรูปแบบต่างๆแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถที่จะนำโปรแกรมสื่อมัลติมีเดียมาปรับใช้กับเครือข่าย 4G ได้ เนื่องจากระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G นั้น มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 100 เมกะบิทต่อวินาที โดยการนำโปรแกรมสื่อมัลติมีเดียดังกล่าวมาใช้อาทิเช่น การฟังเพลง MP3 ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นด้วยว่า มีหลายสิ่งที่อาจเป็นไปได้ในระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G โดย Ran Yan รองประธานฝ่ายวิจัยระบบไร้สายบริษัท Lucent Technologies กล่าวว่า มีหลายสิ่งที่อาจเป็นไปได้ในระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ซึ่งสิ่งใหม่ๆที่ เกิดขึ้นอาจรวมถึงการช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบ GPS (Global Positioning System) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าในปัจจุบันและหากมีการผสมผสานเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับระบบเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 4G ก็จะสามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งต่างๆได้ทั่วโลกราวกับว่าบุคคลนั้นได้ไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้นจริงๆ เช่น หากคุณไม่อยู่บ้าน แต่มีคนมาเคาะประตูบ้านคุณๆก็อาจจะตัดสินใจใช้เทคโนโลยีนี้ฉายภาพคุณเพื่อทักทายกับคนที่มาเคาะประตูนั้นก็ได้

ถึงกระนั้นคุณสมบัติต่างๆของระบบ 4G ก็ดูเหมือนยังห่างไกลจากความเป็นจริงในตลาดเทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันมากจนดูราวกับว่าเป็นแค่เพียงนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังเชื่อกันว่าจะต้องมีสักวันหนึ่งที่ระบบ 4G นั้นสามารถช่วยให้มีการใช้โปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติที่สมบูรณ์แบบและช่วยให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นโดยอาจจะไปโผล่ที่นั่นที่นี่ได้ตามต้องการ

เทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับรถยนต์ยุคใหม่

เทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับรถยนต์ยุคใหม่   สำหรับอนาคตในปี 2020 ไอบีเอ็ม บริษัทคอมพิวเตอร์และไอทีระดับโลก เผยรายงานคาดการณ์การใช้เทคโนโลยียุคใหม่พัฒนาสังคมโลกในแง่มุมต่างๆ ในอนาคตอีก 5 ปีนับจากนี้ ทั้งด้านพลังงาน การคมนาคม โครงสร้างสาธารณูปโภค งานวิศวกรรม รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน และรับมือภัยธรรมชาติ มีการคาดการณ์ว่าจะมีรถยนต์บนท้องถนนทั่วโลกมากกว่า 2,000 ล้านคัน ในขณะเดียวกัน รถยนต์รุ่นประหยัดพลังงานและรถยนต์ที่ใช้พลังงานลูกผสม หรือ “ไฮบริด” ก็จะมีใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่รองรับระบบขนส่งมวลชนที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ก็จะมีการพัฒนาอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกัน ส่วนประเทศไทยของเราทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังระดมความคิดในการพัฒนาเพื่ออนาคตของประเทศ
รถยนต์อนาคตจะใช้พลังงานจาก
1. แบตเตอรี่แรงสูง เทคโนโลยี “ลิเธียมแอร์” เพื่อให้แบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์และรถประจำทาง สามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไออ้อน ซึ่งใช้ในรถไฟฟ้าและรถไฮบริดในปัจจุบัน แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้จะมีน้ำหนักเบากว่า ปลอดภัยกว่า และราคาถูกกว่า ดังนั้น จึงอาจเห็น “รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 4 ที่นั่ง” สามารถวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และแทนที่จะต้องเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน รถยนต์เหล่านี้ จะสามารถชาร์จไฟที่บ้านโดยใช้เต้าเสียบปลั๊กไฟรุ่นใหม่
2. พลังงานทางเลือก รถยนต์ทุกคันภายในเมือง ตั้งแต่รถประจำทางไปจนถึงรถเก็บขยะ สามารถใช้ “เชื้อเพลิง” จากพลังงานส่วนเกินที่ได้มาจากแผงโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานลม ปัจจุบันในเกาะบอร์นโฮล์ม ประเทศเดนมาร์ก มีการใช้งานพลังงานลม ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใช้พลังงานลมเป็นส่วนใหญ่ โดยทีมงานได้สร้างระบบทดสอบ เพื่อศึกษาว่าระบบพลังงานดังกล่าวจะทำงานอย่างไรเมื่อรถไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
3. โครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ตามเมืองใหญ่จะช่วยให้รถยนต์สามารถชาร์จไฟในที่สาธารณะ และแม้กระทั่งใช้ “พลังงานทางเลือก” ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น พลังงานลม เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากถ่านหินอีกต่อไป จะช่วยให้แต่ละเมืองสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการลดมลภาวะทางเสียง และทางอากาศอีกด้วย